เวลาซื้อของ....?

posted on 29 Nov 2009 20:57 by -viola-

เจอบ่อยๆเพราะที่ร้านเป็นร้านขายของ เจอทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทำไมเป็นแบบนี้กันล่ะจ๊ะ

 

1.ใส่หูฟัง ฟังเพลง(เจอเยอะในเด็ก) เวลาถามอะไร แล้วก็ไม่ได้ยิน ถาม 2-3 หนก็เหนื่อยแล้วนะ

อย่างถามว่า ใส่ถุงมั้ยคะ (เงียบ....) ใส่ถุงมั้ยคะ(เงียบ...) ถามไม่ตอบ ก็เลยตัดสินใจใส่ถุงให้ แล้วก็คิดเงินลูกค้าคนถัดไปต่อ ปรากฏว่า ดึงถุงออกแล้วก็วางแหม่ะ แถมบอกอีกนะว่า "พี่ไม่เอาถุง" แล้วก็เดินจากไป 

-_-" ถ้าัใส่หูฟังแล้วมันไม่ได้ยินอะไรเลย ก็อย่าใส่ดีกว่านะ

 2.(ต่อเนื่องจากข้อบน) ใส่ถุงกับไม่ใส่ถุง?

มีหลายคนที่พอถามว่าใส่ถุงมั้ยคะ? พยักหน้าหงึกๆ พอใส่ถุงเสร็จ ขอบคุณเรียบร้อย คิดเงินลูกค้าคนถัดไป เท่านั้นแหละ คนที่พยักหน้าหงึกๆตะกี้ดึงถุงออก แล้วก็เดินจากไป 

T_T แล้วพยักหน้าทำไมยะ!!!

3. ของชิ้นเล็กๆที่สามารถถือไปได้ หรือใส่กระเป๋าได้ก็ทำไปเถอะ อย่าใส่ถุงเลย

(เจอมากในผู้ใหญ่เริ่มต้น-สูงอายุ) ปากกา 1 ด้าม / กบเหลาตัวเล็กๆ / ลิคควิด / ยางลบ ฯลฯ อะไรที่เล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องใส่ถุงก็ได้นะ โลกร้อนจะแย่แล้ว บางคนก็ถือกระเป๋าออกจะใหญ่ ซื้อปากกาด้ามเดียว ขอถุงใส่ เราก็ได้แต่นึกบ่นอยู่ในใจ (ด้ามเดียวเนี่ยนะ...) แต่ก็ใส่ถุงกระดาษใบเล็กๆให้  แต่บางคนไม่แค่นี่ไง ขอถุงหิ้วด้วย (โอ้ มาย....ก็อด!!!!) จะอะไรกันขนาดนั้นแค่ปากกาด้ามเดียว พอใส่ถุงให้ ก็ม้วนๆถุงซะอย่างกับว่าชีวิตนี้จะไม่ใช้ปากกาด้ามนี้เด็ดขาด แล้วก็ใส่ลงในกระเป๋าใบออกจะใหญ่ที่ถือมา เฮ้อ....การเดินทางของถุงพลาสติก 1 ใบช่างสั้นนัก

4.อย่าโยนเงินได้มั้ย ขอร้องล่ะ

เจอทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่เลย แบบทั้งแบงค์แบบทั้งเหรียญเจอมาหมดแล้ว T_T

จ่ายเงินกันดีๆก็ได้นี่ จะโยนกันทำไม มือคนขายของมันสกปรกมากเลยเหรอ ถึงส่งกับมือไม่ได้น่ะ

ถ้ากลัวสกปรก วางเงินบนเคาท์เตอร์ก็ได้ ไม่ว่าเลย

เจอลูกค้าแบบนี้แล้วของขึ้น(ในใจ)  พอจะจ่ายเป็นเหรียญ เราก็อุตส่าห์ยื่นมือไปรอรับ นู้น...เหรียญกระเด็นกระดอนอยู่บนเคาท์เตอร์นู้น ฉะนั้นถ้าคิดเงินแล้วหน้าบึ้งโดยฉับพลัน ปิดเก๊ะคิดเงินแรงๆ ไม่พูดขอบคุณ นั้นแหละ ของขึ้นแล้ว(เฟ้ย!!!!!)

 

เคยแรงกลับไปทีอยู่เหมือนกัน กับเด็กม.ปลายได้ ซื้อของราคา 200 กว่าบาท ยื่นมือไปรับเงิน นู้น...แบงค์ 500 ถูกดีดเพี๊ยะออกจากกระเป๋าเงิน มาอยู่บนเคาท์เตอร์ 

(พรึ่บ!!!!) ของขึ้นโดยอัตโนมัติ มีแบงค์มีเหรียญทอน เราก็เลยโยนกลับไปเลย เอาของใส่ถุงเสร็จก็โยนมันไปด้วยเหมือนกัน (คนขายก็โกรธเป็นนะกับความไร้มารยาทน่ะ)

5.ควรเตรียมเงินให้พร้อมจ่าย หากแถวยาว (ถ้าซื้อของไม่เยอะ แล้วพอจะคำนวณราคาคร่าวๆได้)

มีบางช่วงที่ลูกค้าเยอะมาก เข้าแถวกันยาว คนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา มีแต่คนส่วนน้อยเท่านั้นแหละที่มีปัญหา

ที่มีปัญหาคือหน้า!!! หน้านี่หงิกมาเลย แบบว่าอารมณ์เสีย ยืนรอนานแล้วนะ อะไรแบบนั้น 

ซึ่งเราก็พยายามคิดเงินให้ลูกค้าแบบรวดเร็วแล้ว เพราะเราเข้าใจดีว่า หากเราไปซื้อของที่อื่นแล้ว ปล่อยให้ลูกค้ารอนาน เราก็คงรู้สึกไม่ดี

ที่นี่พอคุณหน้าหงิกเดินมาถึง ก็ยื่นของให้ 1 ชิ้น เราก็สแกนบาร์ บอกราคา แล้วรอรับเงิน.... แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คุณหน้าหงิกเพิ่งจะหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา เท่านั้นไม่พอ จะจ่ายเป็นเหรียญด้วย!!! ก็ควานหาเหรียญอยู่นั้นแหละ

 

พี่เอ้ยน้องเอ้ย... ถ้าหากเข้าร้านซื้อของแล้วแถวยาว บางทีมันก็ไม่ใช่เพราะพนักงานคิดเงินช้าหรอกนะจ้า เป็นเพราะคุณหน้าหงิกหรือเปล่า ก็ลองชำเลืองๆมองก่อนนะ อย่าเพิ่งด่าพ่อแม่พนักงานในใจนะ

 

6.ทักทายพนักงานบ้างก็ได้นะ

จะมีไม่กี่คนที่เป็นลูกค้าขาประจำ กับที่ไม่ขาประจำที่พนักงานอย่างเราๆจำได้

ที่จำได้ก็เพราะลูกค้าเป็นฝ่ายทักเราก่อน ส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นประโยคแบบง่ายๆว่า

"วันนี้ทำไมคนเยอะ/คนน้อยล่ะ" , "เมื่อวานหายไปไหนมา มาไม่เห็นเจอเลย" , "มีการ์ตูนไรน่าอ่านป่ะ"

พอทัก2-3ครั้ง เราก็จะเริ่มจำได้ จากนั้นก็จะเริ่มเป็นความคุ้นเคย คุยนู้นคุยนี่ได้ 

เวลามีโปรโมชั่นหรือของอะไรแถม เราก็จะเก็บไว้ให้ลูกค้าที่เรานึกถึงไว้ต่างหาก

เคยมีเด็กม.ปลายคนนึง มาซื้อของไม่ค่อยบ่อย แต่เราจำได้ พอก็เคยคุยๆแซวๆกันอยู่บ้าง แต่ก็หายหน้าหายตาไปราวๆครึ่งปีได้ จู่ๆน้องเค้าก็กลับมาใหม่ เวลามาซื้อก็ไม่ต้องยื่นบัตรสมาชิก แค่เห็นหน้าก็ใช้หน้าแทนบัตรสมาชิกได้แล้ว (เห็นมั้ย ทักพนักงานบ่อยๆ ให้เราจำหน้าได้ ได้ประโยชน์ออกจะเยอะแยะ)

7.ลูกค้าเกรด A++ กับลูกค้าเกรด D--

ลูกค้าโดยทั่วไปเป็นแบบเกรด B+ ถึง A แต่ A++ นี่เป็นอะไรที่เหมือนสวรรค์ส่งมาโปรด

ลูกค้าเกรด A++ จะเป็นลูกค้าที่ไม่เรื่องมาก ไม่ถือตัว ลดได้ก็ลด ลดไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จ่ายบัตรได้มั้ย ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จ่ายเป็นเงินสดได้ สินค้าซื้อไปผิดเปลี่ยนได้มั้ย ไม่ได้ไม่เป็นไร ลูกค้าแบบนี้นี่ดีใจมากๆเลยที่ได้เจอ

ส่วนลูกค้าเกรด D-- นี่ -_-" (ยังจะต้องให้บรรยายอีกหรือ?)

ตรงข้ามกับเกรดด้านบนทุกอย่าง เจอแล้วเหนื่อยกายเหนื่อยใจแสนสาหัส โดยเฉพาะกับสินค้าลดราคาแแถมยังซื้อไปให้คนอื่น  พอคนนั้นไม่ชอบ ก็เอากลับมาเปลี่ยน ก็สินค้าลดราคาแล้วไม่รับเปลี่ยนและคืน อธิบายยังไงคุณลูกค้าเกรดนี้ก็ไม่เข้าใจ ป้ายเตือนเราก็มีติดอยู่ (ทำไมไม่อ่านล่ะยะ) ไม่เข้าใจไม่พอ ยังพยายามพูดแบบ...ไม่ใช่คำขอร้อง ออกจะแบบนี่น่ะ "ทำไมไม่ให้เปลี่ยนล่ะ" "มันต้องเปลี่ยนได้สิ" "เพิ่งซื้อไปเมื้อกี้เอง" คำพูดแบบนี้แต่พูดแบบขึ้นเสียง (ฟังแล้วอยากช่วยม๊าก...มาก)ตื้อจนลูกค้าต่อคิวยาว เราเลยตัดบทโดยการคิดเงินให้ลูกค้าคนอื่นแทน คุณลูกค้าเกรดนี้ก็พูดประโยคคลาสสิคว่า "ไร(วะ) ร้านนี้ ซื้อของแล้วเปลี่ยนไม่ได้ ทีหลังไม่มาซื้อ (แมร่ง)แล้ว" .... ค่า!!!....กราบสวัสดี ลาก่อนเลยค่ะ

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณล่ะคะ เคยทำตัวแบบนี้เวลาซื้อของบ้างไหมเอ่ย?

 

 

 

 

edit @ 29 Nov 2009 22:02:14 by New (baby)face

edit @ 29 Nov 2009 22:03:08 by New (baby)face

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet